Wednesday, 2 September 2015

น้ำท่วม..... แล้วมันจะท่วมกูไหมเนี่ยะ.... ตอน พาน้องเพอร์ลี้ภัย

โอ๊ยปวดหัวกะกระแสข่าวน้ำท่วมเหลือเกิน..... ว่าป่ะ

อะไรกันนักหนาก็ไม่รู้...ข่าวจากหลายที่หลายกระแสเหลือเกิน ไอ้เราก็เป็นเด็กวัยรุ่น (หราาาาา....) สมัยใหม่ซ่ะด้วย เทคโนโลยีที่เค้ามีมีกันเราก็เป็นหมด เรียกว่าข่าวอะไรมา....ตรูรู้ ตรูทัน ....Twitter, Facebook, Blogger, กระทู้พันทิพย์ โน่นนี่นั่น ไหนจะพวกแท็กรูปสถานการณ์ต่างๆนานามาให้ได้เพิ่มเติมความเครียดมันเข้าไปอีก..... สรุปแล้วมันดีไหมเนี่ยะไอ้เทคโนโลยีที่มีเนี่ยะ... เล่นเอาซ่ะจากที่เราสมาธิดีดี เชื่อว่ายังง๊าาายยยยย ยังไงบ้านตรูก็ไม่ท่วม เหอะๆๆๆๆๆ เอาไปเอามา.... ตรูต้องท่วมให้ได้ชิ๊มิ๊....

หม่อมแม่เราก็เป็นห่วงเรามั่กๆ โทรเช้าโทรเย็น.... "ฮ่ะโหล.... เป็นไงมั่งลูก น้ำท่วมบ้านมึงยัง" พอตกเย็น "ฮ่ะโหล.....เป็นไงมั่งลูก กลับบ้านเราเถอะ ไม่ต้องรอน้ำมาหรอก กลับมาเถอะ....มาอยู่บ้านเรา" ซ้ึงอ่ะ แม่เป็นห่วงเรา..... ก่อนหน้านั้น ช่วงสายๆ พี่สาวก็โทรมาอีก "กลับบ้านเถอะโอ๋นเอ๊ยยยย....แม่เค้าเป็นห่วง เอาตัวเรารอดก่อน เอามาเท่าที่มาได้ ขับรถมาเองเลยดีกว่า ไหนๆที่จอดมันก็ไม่มีแล้ว เอามาไว้บ้านเรา แล้วค่อยกลับไปดูบ้านมึงก็ได้" อ่ะเห็นป่ะล่ะ มันไม่มีอะไรแย่ไปหมดซ่ะทีเดียว เรามีกำลังใจจากที่บ้านเรามากมาย ทั้งแม่ ทั้งพี่สาว วุ๊ฮู๊.... สู้ต่อโวีย...อินังน้ำ ตรูม่ายกลัวเมริงหรอก.... แม่โทรตาม พี่สาวโทรหา เช้าเย็น....เช้าเย็น... ทู๊กกกกกวันเลอะ...... อ่ะ กลับก้ได้ว่ะแต่คงแค่ไปให้แกเห็นหน้านะ แล้วก็เอารถไปจอดไว้ที่บ้านอย่าเดียวแหละ เพราะถ้าเกิดน้ำแมร่งท่วมจริงๆ บ้านตรูก็ย้ายไม่ได้ คงต้องปล่อยให้ท่วม แล้วค่อยซ่อมสีทีหลัง แต่รถเนี่ยะ เราไม่อยากขับรถทีมันต้องซ่อมอ่ะ สมรรถภาพมันต้องด้อยลงไปเยอะเลยอ่ะ น่ะ....เอางี้แหละ เอารถกลับไปเก็บบ้านร้อยเอ็ดแล้วนั่งรถทัวร์กลับมาเฝ้าบ้านล่ะกัน....ตามโน้น

ออกจากมหาชัยประมาณบ่ายสอง พาน้องเพอร์ (Proton Persona) ไปเติมแก๊ส วงแหวนกาญจนาฯ แม่เจ้า รถรอเติมเป็นแสน นี่พวกเมริงไม่เคยได้เติมแก๊สกันเลยรึไงฟร่ะเนี่ยะ (คิดในใจ) ผ่านไปคร่ึงชัวโมง ยังม่ายยยยด้าายยยยย เติม.... เสร็จศิริกระบวนความกว่าจะได้เติมแก๊สเสร็จ 1 ชั่วโมงเต็มๆ เหอะๆๆๆๆ นี่ตรูคิดถูกแล้วใช่ไหมเนี่ยะที่ใช้รถติดแก๊สเนี่ยะ.....

แผนการเดินทางในวันนี้ที่วางไว้ ปลายทางคือ บ้านตาหยวก ต.ทุ่งหลวง อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ใช้เส้นทางเพื่อหนีน้ำท่วมโดยขึ้นด่วนไปลงมีนบุรี (แวะเติมแก๊ส) ตัดเข้าทางไปฉะเชิงเทรา เข้ากบินทร์บุรี (แวะเติมแก๊ส) ขึ้นวังน้ำเขียว ออกปักธงชัย (แวะเติมแก๊ส) นางรอง (แวะเติมแก๊ส) แล้วเข้าสุรินทร์ เพื่อเติมแก๊สรอบสุดท้ายก่อนยิงยาวเข้าบ้าน อิอิอิอิ หวานหมู ค่าเติมทางทั้งหมดไม่น่าเกิน 500 บาท ขับไปเรื่อยๆสังเกตุข้างทางเต็มไปด้วยบ้านเรือนและบริษัทฯห้างร้านที่ประดับประดาไปด้วยกระสอบทราย นี่มรึงฮิตเทรนใหม่กันตั้งกะม่ะไหรฟร่ะ.... กะลังขับไปเพลิน มองไปทางข้างหน้า...โอ้ แม่จ้าวววววว....น้ำท่วม ระดับน้ำเกือบมิดล้อกระบะข้างหน้า ซวยแล้ว กระบะยกสูงยังเกือบมิดล้อ....แล้วน้องเพอร์ตรูจะอยู่ตรงไหนว่ะเนี่ยะ.... ฮือออออ T_T เอาว่ะถอยก็ไม่ได้แล้วอ่ะ ทนนิดนึงนะน้องเพอร์ ขับๆไป ใจตรูลงไปอยู่ตรงตาตุ่ม สงสารน้องเพอร์

น้ำเริ่มสูงเรื่อยๆ ครึ่งล้อ...... ขับไปสักพัก มันเริ่มสูงเรื่อยๆ สักพัก มานนนนน มิดล้อ......น้องเพอร์ตรูเลย ....... T_T............ จายยยย ล๊าาาาา ลายยยยยย

ยังดีที่ระยะทางไม่ยาวเท่าไร พอขึ้นมาได้ก็รีบแวะเข้าปั้มตรวจน้องเพอร์ตรูก่อนเลย.... ดีทีไม่เป็นไร ไม่มีอะไรบุบสลาย เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวาไปตามทางเรื่อยๆ ผ่านแปดริ้ว สักเกตุทางมีรถที่จะเข้ากรุงเทพมากมาย "นี่เมริงไม่รู้กันรึไงฟร่ะ น้ำจะท่วมกรังเทพแล้วนะเฟ้ยยยยย"​ (คิดในใจ....เหอะๆๆๆๆ) พวกพากันเข้ากรุงชนิดที่ว่าฝั่งขาออกอสย่างเรานี่โล่งเลยอ่ะ แต่ฝั่งขาเข้านี่ติดขนัด..... เหอะๆๆๆๆ โชคดีจังที่ออกกรุงสวยกระแส ใช้ความเร็วได้เรื่อยๆ ขับสบายๆชิลๆ พลางชมตัวเองตรูนี่เก่งจริงๆวางแผนการเดินทางได้เนียนมาก ไม่มีใครมาทางนี้สักเท่าไร

แต่แล้ว......ก็เริ่มมาสะดุดตรงทางขึ้นทับลาน.... รถเริ่มชะลอตัว แต่คงไม่เป็นไรหรอก เพราะปกติเส้นนี้เคยมาเที่ยวคนขึ้นเยอะ รถมันก็มีช้าสะสมตรงทางขึ้นเป็นปกติ ไม่น่าเกินชั่วโมงคงผ่านได้แหละ ................................................................ แต่ (อีกครั้ง) มันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เรา....ทำความเร็ว......ได้เต็มที่...ที่ 1 กิโลเมตร ต่อ 2 วัน (ประชด) เหอะๆๆๆๆ ช้ามว๊าาาาาาาากกกกกกกกกก แทบไม่ขยับเลย แถมบางช่วง พวกข้างๆเล่นดับเครื่องกันเลย..... แก๊สละ...ก็จะหมด หลังจากเติมครั้งสุดท้ายที่มีนฯ ตอนนี้มันเหลือ 1 ขีด แบบริบหรี่.... ในใจคิดว่าจะกลับรถไปทางสระแก้วดีมั้ย แต่ทางกลับรถ เช็คจาก GPS มันอยู่อีก 7 กิโลข้างหน้า นั่นหมายถึงว่าตรูต้องผจญชะตากรรมอย่างนี้ต่อไป แต่แล้วเหมือนสวรรค์เป็นใจ มองไปข้างหน้า โลโก้ปั้ม NGV อยู่ลิบๆ เอาว่ะ อย่างน้อยถ้าเราได้เติมแก๊สสักหน่อยก็จะได้สู้ต่อ ไม่ต้องเสียค่าน้ำมันเยอะ และแล้วก็ถึงหน้าปั้ม... และแล้ว...คิวเติมแก๊สยาาาาววววว เหยียด แต่...สู้ๆน่า..... รอไปสัก 20 นาทีถึงคิวเราเติม.... คุณรู้ม่ะ อารมณ์นะตอนนี้มันเหมือนขึ้นสวรรค์เลยอ่ะ แมร่งงงง คราวก่อนตรูมาวังน้ำเขียวมันไม่มีปั้มนี้อยู่อ่ะ มันเพิ่งเปิดใหม่ครับพี่น้อง โคตรโชคดีเลยอ่ะ "ปตท....น่าร๊าาากกกก อ่าาาาาา....." แล้วน้องพนักงานก็เดินมาหาเราเหมือนเคย เราก็ลดกระจกลงเพื่อจะบอกว่าพี่ปลดล็อกฝากระโปรงหน้ารถให้แล้วครับ (น้องเพอร์ผมเป็นรุ่นแรกๆที่เค้าติด NGV กันซึ่งช่องเติมแก๊สนั้นจะอยู่ด้านหน้า) แต่มันไม่ได้เป็นอย่างที่คิด ด้วยคำพูดจากได้เด็กเลวคนนี้ว่า (ขอเปลี่ยนสรรพนามเรียกขานหน่อยเถอะ) "พี่ครับ ต้องขออภัยด้วยครับ ตอนนี้เรากำลังทดลองระบบจ่าย แล้วตอนนี้เครื่องจ่ายแก๊สมันไม่เสถียร ตอนนี้เครื่องมีปัญหาครับ"...วิ้งงงงง....................... ความเงียบเข้ามาครอบงำ............. เครื่องมีปัญหา........... หะหะ...หะหะ... แล้วไอ้ที่ตรูต่อแถวรอมา 20 กว่านาทีล่ะ.... แล้วที่ตรูอดทน อดตาหลับขับตานอนรอล่ะ..... ทามมายถึงทามกับช้าาายนนนนด้าาาายยยยยยยยย...........

Saturday, 25 July 2015

วันละกลอน ออนไลน์

วันละกลอน…ออนไลน์…
--------------------------
วันเวลา จะพาวัย เข้าใกล้ฝั่ง
สุขภาพ แลกำลัง จะถดถอย
ใจเคยร้อน ก็ถอยร่น เป็นผลพลอย
เริ่มเย็นลง และรอคอย รู้ปล่อยปลง
สุขสุดท้าย ใช่อยู่ที่ มีทรัพย์สิน
แค่พออยู่ พอกิน ตามประสงค์
มีหน้าที่ การงาน ที่มั่นคง
มีรายได้ พอดำรง ไม่วุ่นวาย
มีบ้านช่อง ครองสุข ไร้ทุกข์ถม
มีครอบครัว ที่เกลียวกลม สมดังหมาย
มีร่มไม้ ไพรพฤกษ์ ไว้ผ่อนคลาย
สุขภาพ ร่างกาย ไร้โรคา
ถือธรรมะ ละนิมิต ให้จิตนิ่ง
และเข้าใจ ในทุกสิ่ง รู้คุณค่า
อนิจจํ...ทุกขํ.......อนัตตา.....
เมื่อมีมา..ก็มีไป..อย่าได้กลัว..
ทรัพย์สมบัติ มากมาย ใช่ไปด้วย
รถและบ้าน จะสุดสวย ทองท่วมหัว
ถึงยามจาก ก็จากไกล ไปแต่ตัว
เหลือสองสิ่ง ดีกับชั่ว ติดตัวไป
--------------------------

Monday, 4 February 2013

ว่าไปแล้วก็จริงนะ...

ลดความออยากที่มากเกินความจำเป็นลงไปบ้าง ชีวิตน่าจะดีขึ้น อาจจะยากในขั้นต้น แต่คงไม่ลำบากเกินไป

บางคนอาจจะถามต่อว่าแล้วอะไรละที่มันเกินจำเป็น ผมว่าอันนี้ก็ต้องใช้วิจารณญาณของตนเองในการวิเคราะห์ดูนะว่าอะไรบ้างในชีวิตของเราที่ว่าเกินไปหรือเกินจำเป็น ในความเห็นของผมเอง อ้างจากเกณฑ์ส่วนตัวก่อนนะ ผมมองว่าอะไรที่ไม่มีแล้วไม่ถึงกับทำให้เราใช้ชีวิตลำบากจนเกินไป หรือไม่มีก็ไม่ตาย นั่นแหละครับคือของที่เกินจำเป็น ของอะไรหรือสิ่งใดก็ตามที่ไม่เกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตมากนัก ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หากเรายังไม่มีกำลังที่มากพอที่จะดูแลค่าใช้จ่ายสำหรับของสิ่งนั้นได้ ผมว่าเราไม่ควรมีครับ ผมยังเชื่อเสมอว่าวิธีการเดินทางหรือดำเนินชีวิตของคนเรามันไม่ได้มีแค่ทางเดียว

ชีวิตไม่สิ้น ก็ต้องดิ้นกันกันต่อไปครับ... ขอให้มีความสุขกันท่วนหน้าครับ...

....... . ........ ...

Friday, 1 February 2013

ธุรกิจหน้าฮาน... กิจการหน้าเวทีการแสดง...

มีงานบ้านใด๋ ข่อยกะไปเที่ยวเป็นประจำ

งานวัดเป็นกิจกรรมหนึ่งที่พุทธศาสนิกชนและผู้คนทั่วไปคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ผู้ใหญ่ได้มาเที่ยวและทำบุญ เด็กๆก็ได้มาเที่ยวแลพเล่นเครื่องเล่น ได้เล่นสนุก ปกติแล้วกิจกรรมในงานวัดก็จะมีการกิจกรรมการทำบุญไหว้พระ ปิดทอง ถวายสังฆทาน ฯลฯ แต่หากจะมคแค่กิจกรรมเหล่านี้แต่เพียงอย่างเดียวก็อาจจะมีคนมาร่วมทำบุญน้อยคน จึงน่าจะเป็นกุศโลบายอย่างหนึ่งในการที่ให้มีการเปิดร้านขายของ ทั้งของกินของใช้ ของฝากมากมาย ตามมาด้วยกิจกรรมการละเล่นต่างๆ และถ้าลองๆนึกถึงกิจกรรมงานวัด สิ่งที่ขาดไม่ได้ก็น่าจะมี ดนตรี ชิงช้าสวรรค์ ปาโป่ รถไต่ถัง สาวน้อยตกน้ำ หนูลมกรด ลิเก หมอลำ ภาพยนต์ มากมายหลากหลายอย่างแล้วแต่มติทางวัดและคณะกรรมการจะมีการสรรหามาแสดงกัน

เหล่านี้เองก็เรียกว่าเป็นตัวช่วยให้ผู้คนเข้ามาทำบุญและถือเป็นการพักผ่อนไปในตัวหลังจากการทำงานและภารกิจต่าง ด้วยความที่ผมเป็นคนต่างจังหวัดและได้เห็นกิจกรรรมเหล่านี้และมีความสุขกับงานไม่น้อย เอาเป็นว่าผมชอบงานวัดนะ และคิดว่ามันมีอะไรดีกว่าการไปเที่ยวตามสวนสนุกอีก มาทีเดียวได้เที่ยว ทำบุญ ช็อปปิ้ง ดูดนตรี หากเป็นงานวัดตามต่างจังหวัดแต่ละคนก็จะถือเสื่อมาปูนั่งกันได้เลย แต่ในกรุงเทพและปริมณฑลมักจะไม่ค่อยมีใครถือเสื่อมา นี่แหละจึงเป็นโอกาสให้เหล่าพ่อค้าแม่ค้าหัวใสได้ใช้ช่องว่างในการทำรายได้ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ นั่นเองเป็นที่มาของการแบกแผนพลาสติกขาย ยิ่งถ้างานไหนมีวงดนตรีมาแสดงด้วยแล้วจะยิ่งมีคนมาดูเยอะและรายได้ก็จะยิ่งเยอะตามไปด้วย

ว่าถึงการขายแผ่นพลาสติกปูนั่ง ผมมาลองคำณวนดูเล่นๆ เอาเป็นคนดูคิดเล่นๆสัก 1,000 คน แผ่นพลาสติก 1 แผ่นนั่ง 4 คน เท่ากับว่าจะขายได้ 250 แผ่น ไม่เพียงเท่านั้น เพราะเขาจะคิดค่าคนนั่งด้วย คนละ 10 บาท คิดเป็นค่าจองที่นั่งให้ แผ่นพลาสติกแผ่นละ 20 บาท รายได้เท่าไรลองคิดเอาเองพี่น้อง แค่คิดก็มันส์แล้ว

เราลาออกจากงานมาทำงานนี้กันเถอะพี่น้องคร๊าบ
....... . ........ ...

Saturday, 26 January 2013

ทำบุญตักบาตร - Making Merit

ยังจำได้ไหมว่าเราทำบุญตักบาตรกันครั้งสุดท้ายเมื่อไร?

ที่หยิบยกเรื่องนี้มาใช่ว่าผมเองจะเป็นคนที่ทำบุญโดยการตักบาตรเป็นประจำอะไรหรอกนะ จะมีบ้างก็ช่วงโอกาศพิเศษ หรือนานๆอยากไปตักบาตรก็จะขับรถไปตลาดที ซื้อชุดทำบุญตักบาตรที่แม่ค้าเขาทำเป็นชุดไว้ มาทำทีนึง ส่วนใหญ่แล้วผมจะเลือกวิธีการในการทำบุญทำทานมากกว่า จะเลือกดูว่าแบบไหนที่เราทำไปแล้วมีคนได้ใช้ประโยชน์จริงๆ หรือไม่ก็เอาไปส่งให้ถึงใกล้มือคนที่รับไปใช้จริงๆให้มากที่สุด

บ่อยครั้งนะครับที่ไปตักบาตรตอนเช้าๆ ผมมักจะสังเกตุเห็นมีก็เพียงแค่คนวัยทำงาน หรือไม่ก็คนสูงอายุที่มายืนตักบาตร แต่ไม่ค่อยเห็นเด็กๆมาตักบาตรเลย สิ่งที่ผมพลันคิดตามมาคือแล้วต่อไปละ คนจะยังมาตักบาตรกันอยู่ไหม ยิ่งนับวันข่าวที่แย่ๆเกี่ยวกับพระสงฆ์ก็เยอะๆกันอยู่ด้วย อย่าว่าแต่คนอื่นเลยครับ ผมเองก็ยังรู้สึกไม่ค่อยดีกับกลุ่มคนที่ทำให้ศาสนาเสื่อมเสียจนพาลทำให้ไม่ค่อยเชื่ออย่างสนิทใจว่าพระสงฆ์ที่เราเห็นเนี่ยะเป็นพระจริงๆหรือเปล่า แต่จะอย่างไรก็ตาม เอาง่ายๆว่าไม่ว่าเราจะทำบุญแบบไหน วิธีใดก็ตามขอให้เราเต็มใจและมีความสุขความสบายใจในการกระทำแค่นั้นก็พอแล้ว แล้วก็ไม่ลืมในการที่จะถ่ายทอดประเพณีอันดีงามไว้ให้ลูกหลานได้สืบทอดกันต่อไปด้วยนะครับ


....... . ........ ...

Saturday, 19 January 2013

นิทานสอนใจ "เรื่องคนที่ไม่ถูกนินทา"

นิทานสอนใจ "เรื่องคนที่ไม่ถูกนินทา"

วันหนึ่ง มี ตา กับหลานชาย ต้องเดินทางไกล ไปหาญาติที่อยู่ต่างเมือง โดยมีม้าเป็นพาหนะไว้เดินทาง ทั้งหมดจะต้องผ่านเมืองต่างๆ แต่ระหว่างทาง ด้วยความกตัญญูของหลานชาย เห็นตาผู้ชรา จึงขอให้ตา นั่งบนหลังม้า เพราะความเป็นห่วงเป็นใย แต่เมื่อเข้ามาในเมืองหนึ่ง ชาวบ้านต่าง ซุบซิบนินทาว่า "ต๊าย ดูสิ เป็นผู้ใหญ่ซะปล่าว ทำเป็นสำออย ใช้แรงงานเด็ก ตัวเองสะบายเลยนะ"

เมื่อ ตา ได้ยินเช่นนั้น จึงไม่อยากให้เป็นที่นินทาของใคร จึงบอกให้หลานชาย ขึ้นมาขี่ม้าแทน จนมาถึงอีกเมืองหนึ่ง ชาวบ้านเมืองนี้ก็ นินทา ว่าร้ายหลานชายว่า "ดู ดู๊ ดู ดู มันทำ ทำไม ถึงทำกับตาแก่ๆได้" เมื่อหลานได้ยินเช่นนั้น จึงให้ตาขึ้นมาขี่ม้าด้วยอีกคน พร้อมพูดว่า "ดูซิ ว่าจะมีใครนินทาพวกเราอะไรอีกไหม"

ต่อมา เมื่อมาถึงอีกเมืองหนึ่ง ก็ไม่พ้นการโดนนินทาของชาวบ้าน "โถ่ ๆ ๆ เจ้าม้าช่างน่าสงสาร ทำไมเจ้านายของแกถึงใจร้าย ใจดำ ใช้งานหนักเกินไปจริงๆ" ทั้งคู่ จึงตัดปัญหา ลงจากหลังม้า และย่างเท้าเดินไปแทน แต่แล้ว ก็ต้องมาผ่านเมือง อีกเมืองหนึ่ง คราวนี้ ชาวบ้านไม่ได้นินทาอย่างเดียว กลับหัวเราะเยาะใส่ด้วย "ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ดู ตา กับ หลาน คู่นั้นสิ โง่จริงๆ มีม้าแต่กลับไม่ขี่ เดินจูงอยู่นั่นแหละ"

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ในโลกนี้ไม่มีใครไม่ถูกนินทา เพราะต่อให้เราทำสิ่งที่ดีแค่ไหน คนที่ไม่ชอบเรา เค้าก็จะนินทาเราอยู่ดี ดั้งนั้น เมื่อเราได้กระทำความดีแล้ว จงตั้งใจทำต่อไป อย่าเอาคำ "ไม่ดี" ของคน "ไม่ดี" มาใส่ใจ เพราะจะทำให้ใจเรารู้สึก " ไม่ดี "

@[232780660840:274:ธรรมทาน]
ภาพ :internet
....... . ........ ...

Thursday, 17 January 2013

นิทานสอนใจ "เรื่องคนที่ไม่ถูกนินทา"

นิทานสอนใจ "เรื่องคนที่ไม่ถูกนินทา"

วันหนึ่ง มี ตา กับหลานชาย ต้องเดินทางไกล ไปหาญาติที่อยู่ต่างเมือง โดยมีม้าเป็นพาหนะไว้เดินทาง ทั้งหมดจะต้องผ่านเมืองต่างๆ แต่ระหว่างทาง ด้วยความกตัญญูของหลานชาย เห็นตาผู้ชรา จึงขอให้ตา นั่งบนหลังม้า เพราะความเป็นห่วงเป็นใย แต่เมื่อเข้ามาในเมืองหนึ่ง ชาวบ้านต่าง ซุบซิบนินทาว่า "ต๊าย ดูสิ เป็นผู้ใหญ่ซะปล่าว ทำเป็นสำออย ใช้แรงงานเด็ก ตัวเองสะบายเลยนะ"

เมื่อ ตา ได้ยินเช่นนั้น จึงไม่อยากให้เป็นที่นินทาของใคร จึงบอกให้หลานชาย ขึ้นมาขี่ม้าแทน จนมาถึงอีกเมืองหนึ่ง ชาวบ้านเมืองนี้ก็ นินทา ว่าร้ายหลานชายว่า "ดู ดู๊ ดู ดู มันทำ ทำไม ถึงทำกับตาแก่ๆได้" เมื่อหลานได้ยินเช่นนั้น จึงให้ตาขึ้นมาขี่ม้าด้วยอีกคน พร้อมพูดว่า "ดูซิ ว่าจะมีใครนินทาพวกเราอะไรอีกไหม"

ต่อมา เมื่อมาถึงอีกเมืองหนึ่ง ก็ไม่พ้นการโดนนินทาของชาวบ้าน "โถ่ ๆ ๆ เจ้าม้าช่างน่าสงสาร ทำไมเจ้านายของแกถึงใจร้าย ใจดำ ใช้งานหนักเกินไปจริงๆ" ทั้งคู่ จึงตัดปัญหา ลงจากหลังม้า และย่างเท้าเดินไปแทน แต่แล้ว ก็ต้องมาผ่านเมือง อีกเมืองหนึ่ง คราวนี้ ชาวบ้านไม่ได้นินทาอย่างเดียว กลับหัวเราะเยาะใส่ด้วย "ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ดู ตา กับ หลาน คู่นั้นสิ โง่จริงๆ มีม้าแต่กลับไม่ขี่ เดินจูงอยู่นั่นแหละ"

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ในโลกนี้ไม่มีใครไม่ถูกนินทา เพราะต่อให้เราทำสิ่งที่ดีแค่ไหน คนที่ไม่ชอบเรา เค้าก็จะนินทาเราอยู่ดี ดั้งนั้น เมื่อเราได้กระทำความดีแล้ว จงตั้งใจทำต่อไป อย่าเอาคำ "ไม่ดี" ของคน "ไม่ดี" มาใส่ใจ เพราะจะทำให้ใจเรารู้สึก " ไม่ดี "

@[232780660840:274:ธรรมทาน]
ภาพ :internet
....... . ........ ...

Sunday, 6 January 2013

พื้นที่ส่วนตัว-ทำด้วยตัวเอง

นานนนนนนนน มาแล้ว (เหอะๆ นานมว๊าก) กับแผนการไนการที่จะทำสวนหลังบ้านให้เสร็จ จริงๆก็ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่ หรือโปรเจคอะไรมากมายหรอก ก็แค่ปลูกหญ้า ปลูกต้นไม้ เอาหินทางเดินมาแต่ง ทำแปลงปลูกผักแล้วก็ไม้ดอกนิดหน่อย จริงๆมันไม่น่าใช้เวลานานอะไรมากมายเลย แต่ (ข้ออ้าง) ด้วยความที่เวลาไม่เอื้ออำนวยมันเลยใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างนาน...อิอิอิ พูดประหนึ่งเป็นโครงการสร้างสนามบินหลักของไทยงั้นแหละ โครงการนี้ก็ตั้งใจแต่แรกว่าจะทำเองทั้งหมด ก็ค่อยๆปรับพื้นที่เอง ปรับเสร็จติดงานทิ้งไว้นานหญ้าขึ้นก็ต้องมาถอนหญ้าออกก่อน ถอนเสร็จติดงานอีกยาวเลย จนมาเจอน้ำท่วมที่ไม่ท่วมบ้านเราหรอกแต่ก็เจอลูกหลงราคาหญ้าที่แพงหูฉี่ แผ่นละ 90 บาท เลยพักโครงการไว้ก่อน นานมากอีกแล้ว จนหญ้าหลังบ้านขึ้นสูงท่วมหัวก็ต้องมานั่งถอนใหม่อีกคราวนี้มันไม่ง่ายแล้วสิ ก็หญ้ามันต้นใหญ่ขึ้นหนาขึ้นเล่นเอากว่าจะเสร็จก็หลายสัปดาห์บวกแผลมือแตกไปหลายแผลเลย พอกำจัดหญ้าเสร็จก็ได้เวลาวันหยุดช่วงปีใหม่ที่ไม่ได้เดินทางไปไหนเลยไปสอยหญ้านวลน้อยมาสักหน่อย กำเงินไว้ว่าทำสวนคราวนี้น่าจะใช้งบสัก 2,000 บาทได้มั้ง เพราะราคาหญ้าคงไม่ลดมาก กะไว้แผ่นละ 30 บาท พื้นที่บ้านเราน่าจะใช้ 25 แผ่น พอไปซื้อจริงๆ แม่จ้าว ราคาเหลือแผ่นละ 15 บาท คิดเทียบกะอิตอนน้ำท่วม มันห่างกันหลายขุมเลย เบ็ดเสร็จจ่ายค่าหญ้าไป 450 บาท ได้แถมมาอีก 4 แผ่น แหล่มเลยทีเดียว บวกค่าของอย่างอื่นไปอีกนิดหน่อย กลายเป็นว่าเงินเหลือครึ่งหนึ่งของที่วางแผนไว้ อิอิอิ ดีแท้เหลา....

พอเสร็จออกมามันก็สบายตาขึ้นเยอะเลย มีพื้นที่สีเขียวในบ้านเพิ่มมากขึ้นโดยที่เป็นฝีมือของเราเองอีกต่างหาก ^^
....... . ........ ...

Saturday, 29 December 2012

กาล วิ นาศ

วันนี้ขอเป็นการเล่าเรื่องเพื่อบอกเล่าถึงความรู้สึกที่ไม่เหมาะสมบางอย่างที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็วในยุคสมัยที่น่าจะเกินกว่าคำว่าโลกาภิวัฒน์ไปแล้ว ก็เนื่องมาจากการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆที่มันก้าวไปรวดเร็วเหลือเกินจนตามไม่ทัน สิ่งของอุปกรณ์ต่างๆ ก็มีออกมาให้ใช้กันแบบตามไม่ทันเช่นกัน หนึ่งในสิ่งนั้นก็คือสิ่งอุปกรณ์ที่ใช้เพื่อการบันทึกภาพ วัฒธรรมในการถ่ายภาพในยุคนี้มันเปลี่ยนไปมากจริงๆ ยังคิดหาคำพูดที่น่าจะเหมาะสมไม่ออก คือความจริงแล้วผมต้องการจะเล่าถึงความเปลี่ยนแปลงที่เป็นไปในเรื่องของการถ่ายภาพในที่ต่างๆ ผนวกกับความเหมาะสม ความควรไม่ควร หรือ กาละเทศะ เนื่องจากวันนี้ได้มางานมงคลของคนรู้จักคนหนึ่ง ก็ได้สังเกตุเห็นว่านอกจากเจ้างานมี่มีช่างภาพของตนเองมาเพื่อเก็บภาพความประทับใจเนื่องในโอกาศอันเป็นมงคลสำคัญในชีวิตของตนเองแล้ว บรรดาแขกที่มาร่วมงานหลายคนก็ล้วนแล้วแต่มีกล้องของตนเองมาด้วยและรุมเก็บภาพความประทับใจเหล่านั้นด้วย อย่างไม่สนใจถึงความเป็นไปที่ควรจะเป็น พยายามมองว่าเป็นการดีที่เจ้างานมีแขกที่รักมากมายมาร่วมงานและอยากเก็บภาพความทรงจำเหล่านั้นไว้ แต่ในบางครั้งความเกินเลยก็ทำให้งานที่เป็นงานพิธีสำคัญนั้นกลายเป็นผิดพลาดไปบ้าง เนื่องจากแต่ละท่านนอกจากจะมีกล้องถ่ายรูปของตนเองแล้ว (ซึ่งบางคนไม่ได้มีกล้องแค่ตัวเดียว) ยังจะมีกล้องจากโทรศัพท์มือถือ กล้องแท็บเล็ตต่างๆ แล้วคิดเอาเถิดท่าน เมื่อกล้องเจ้างานถ่ายจบไปนานแล้วและเพื่อให้ไม่หลุดเวลาที่ทางเจ้าภาพได้กำหนดฤกษ์มงคลต่างๆไว้  แต่กลายเป็นว่ากล้องของแขกผู้มีเกียรติยังไม่ได้ภาพที่สวยงามจนเป็นที่พอใจ ไหนจะดำไป  ถ่ายแล้วอ้วนไป  ถ่ายแล้วเห็นหู รูปยังไม่ได้ยิ้ม รูปหลับตา... ร้อยแปดพันเก้า เห็นแล้วเพลียแทนเจ้าของงาน.... พลันในใจก็นึกว่าอยากให้ท่านเหล่านั้นจัดงานเองแล้วถ่ายรูปอย่างเดียวไม่ต้องมีพิธีการเลยดีไหม ถ่ายมันแต่รูปอย่างเดียวพอ... หรือหากจะเป็นการดีก็ควรให้เกียรติเจ้าของงานก่อน เพราะหลายๆครั้งก็จะมีช่วงที่ให้ผู้ร่วมงานได้เก็บภาพอยู่แล้ว ด้วยเหตุนี้วันนี้เลยขอถือโอกาศนี้ในการทบทวนความหมายของคำศัพท์ภาษาไทยที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตือนใจตัวเอง คำว่า "กาลเทศะ" 

พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน
กาลเทศะ 
กาลเทศะ ความหมาย [กาละ-] น. เวลาและสถานที่; ความควรไม่ควร. (ส.).

Saturday, 22 December 2012

Bike trend, save the earth and save life...

กลุ่มจักรยาน fixed gear เริ่มขยายตัวมากขึ้นในสมุทรสาคร ก่อนนี้ไม่ค่อยเห็นเท่าไรนัก นอกจากจะเป็นกลุ่มนักปั่นทั่วไปซะมากกว่า ซึ่งทุกวันนี้กลุ่มดังกล่าวก็เริ่มมีจำนวนสมาชิกและการทำกิจกรรมมากขึ้นเบ่นกัน เป็นดัชนีชี้วัดได้เป็นอย่างดีว่ากระแสรักษทโลกและรักสุขภาพนี่เริ่มขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ นับเป็นสัญญาณที่ดี....


....... . ........ ...

Wednesday, 5 December 2012

The King of Thailand


พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร

ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
Long Live the King


Sunday, 25 November 2012

Banana from my backyard - กล้วยหอมปลูกเองหลังบ้าน ออกลูกแล้ว...

กล้วยหอมที่ปลูกไว้หลังบ้านตอนนี้ออกลูกมาแล้วมากมายเลย อีกสักพักคงกินได้แล้ว... ^_^
....... . ........ ...

Saturday, 24 November 2012

นั่งรถเมล์โลวคอส...ไฟลท์ BMTA529: RAMA 2 - JJ MALL

เช้านี้มีนัดที่จตุจักร ก็คิดตั้งแต่เมื่อคืนแล้วว่าจะเดินทางอย่างไรดี ซึ่งทุกครั้งก่อนเดินทางไปไหนก็ตามจะวางแผนเส้นทางก่อนเสมอ เพื่อหาพิกัดปลายทางเอามาเซ็ตลงในเครื่อง GPS จะได้รู้คร่าวๆก่อนว่าจะวิ่งรถยังไง แล้วก็มาติดตรงที่ว่าวันนี้วันเสาร์ที่จอดรถที่จตุจักรต้องหายากแน่ๆเลย หวยเลยมาออกที่การนั่งรถเมล์ดีกว่า ตื่นเช้าหน่อยแต่ได้เปลี่ยนบรรยากาศ เพราะตั้งแต่มีน้องเพอร์ก็ไม่ค่อยได้นั่งรถเมล์เลย ไปไหนก็จะมีรถคู่ใจไปด้วยตลอดแต่วันนี้ขอนอกใจซักวันนะ ^^

หน้าหมู่บ้านมีรถเมล์สายยาวที่จะไปถึงจตุจักได้เลยโดยไม่ต้องต่อสายอื่น เรียกว่านั่งจนเบื่ออ่ะ... ก็นั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างออกมาที่คิวรถ พวกพาย้อนศรบนถนนพระราม 2 แอบเสียวนิดๆ ไม่ได้นั่งนานบวกกับไม่ได้ขับเองเลยไม่ค่อยไว้ใจเท่าไร T_T

มาถึงคิวรถเมล์รถออกไปแล้ว... ไม่เป็นไรต้องข้ามฟากอยู่แล้วก็วิ่งข้ามไปดักหน้าอีกฝั่งหนึ่งก็ได้ เหนื่อยเลยวิ่ง 100 เมตรแต่เช้าบวกวิ่งขึ้นสะพานลอยด้วย เง้อ... แต่ก็ทัน อิอิ นั่งรถเมล์ต้นทางก็ดีไปอย่างนะ ที่นั่งว่างเยอะเลือกได้เลยไม่ต้องจองล่วงหน้า ไม่ต้องมค่าจองที่นั่ง ได้ขึ้นก่อนแถมไม่ต้องเสียค่า Hotseat กะค่าสัมภาระด้วย... เย้ย ตกลงนั่งรถเมล์ หรือนั่งเครื่องบินหางแดงเนี่ยะ...

"สวัสดครับท่านผู้โดยสารทุกท่าน กระผมกัปตันเบิ้มและพนักงานเก็บค่าโดยสาร สมศรีจะนำท่านไปยังปลายทางหมอชิต และแวะจอดรายทางไปเรื่อยๆ สภาพอากาศวันนี้ปลอดโปร่งและคาดว่าสายๆจะร้อนตับแลบ เราจะใช้เวาลเดินทาง...เท่าไรยังไม่รั้นะครับ เพราะวันนี้มีม๊อบด้วยและระหว่างทางก็มีก่อสร้างทางด้วย ก็ถือซ่ะว่านั่งให้คุ้มค่ารถแล้วกัจะครับ ชีวิตเราเจออะไรที่เยอะๆมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นรถไฟความเร็วสูง หรือมือถือ 3G ยิ่งถ้าท่านอยู่ในประเทศลาวท่านจะได้ใช้ถึง 4G กันเลยทีเดียว อย่ากระนั้นเลยเรามาเรื่อยๆกันบ้างดีกว่านะครับ อย่างไรก็ตามกระผมในฐานะของกัปตันของเที่ยวนี้ก็ขอให้ท่านมความสุขกับการเดินทางครั้งนี้...ตามอัตภาพนะครับ... เดินทางแบบโลวคอสก็อย่าเยอะนะครับ เดี๋ยวจะโดนพนักงานเก็บค่าโดยสารเอากระบอกตั๋วตบกบาลได้... ด้วยความปราถนาดี ขอบคุณครับ" เอากะเค้าซิเออ...

ก็อย่างที่ท่านกัปตันว่าแหละครับ เรามาเรื่อยๆกันบ้างดีกว่าเนอะ ใช้ชีวิตแบบเร็วๆมาเยอะแล้ว... วันนี้ขอชิลๆนะ.... ขอให้มีความสุขทุกคนครับ...
....... . ........ ...

Wednesday, 21 November 2012

พันท้ายนรสิงห์

พันท้ายนรสิงห์ เป็นนายท้ายเรือในสมัยพระเจ้าเสือ หรือสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 (พ.ศ. 2246 – 2251) วันหนึ่งพระเจ้าเสือได้เสด็จประพาสต้นด้วยเรือพระที่นั่งเอกชัย มาตาม คลองโคกขาม โดยมีพันท้ายนรสิงห์ เป็นนายท้ายเรือ คลองนี้คดเคี้ยวและน้ำเชี่ยวมากไม่สามารถบังคับทิศทางเรือได้ ทำให้หัวเรือชนเข้ากับต้นไม้จนหัวเรือหัก พันท้ายนรสิงห์จึงขอให้พระเจ้าเสือประหารตน
พระเจ้าเสือจึงให้ประหารตัดศีรษะพันท้ายนรสิงห์ แล้วจัดทำศาลขึ้นพลีกรรมพร้อมทั้งหัวเรือ ซึ่งเป็นไปตามกฎมณเฑียรบาล แต่ตามเกร็ดเล่าว่า พันท้ายนรสิงห์ทราบว่าจะมีพวกกบฏมาดักทำร้ายพระเจ้าเสือ เลยจำเป็นต้องทำให้หัวเรือหักเพื่อมิให้ไปถึงจุดที่กบฏวางแผนเอาไว้ โดยยอมให้ตนเองถูกประหารเพราะเป็นกฎมณเฑียรบาลที่ทำหัวเรือพระที่นั่งหักจะต้องถูกประหาร เมื่อพระเจ้าเสือทรงทราบจึงได้ให้บันทึกไว้ในพงศาวดาร และให้ตั้งศาลขึ้น ณ ที่แห่งนั้น ถ้าเรื่องตามละครพระเจ้าเสือไม่ยอมประหารแต่ให้ปั้นรูปปั้นแล้วทำการตัดหัวรูปปั้นแทน แต่พันท้ายนรสิงห์ไม่ยอมเพราะจะเป็นการขัดกฎมณเฑียรบาลจึงขอให้ประหาร มิให้ผู้อื่นเอาเป็นเยี่ยงอย่าง แต่ก่อนที่จะประหารพันท้ายนรสิงห์ซึ่งบ้านน่าจะอยู่ใกล้ ๆ แถวนั้นได้กลับบ้านไปล่ำลาภรรยา และพันท้ายนรสิงห์จึงถูกประหารในวันเดียวกัน

ภายหลังพระเจ้าเสือได้ทรงให้พระยาราชสงคราม คุมไพร่พลจำนวน 3000 คน ทำการขุดคลองลัดคลองโคกขามที่คดเคี้ยว ไปออกที่บริเวณแม่น้ำท่าจีน กว้าง 5 วา ลึก 6 ศอก สร้างเสร็จในสมัยพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระพ.ศ. 2252 ได้พระราชทานนามคลองนี้ว่าคลองสนามไชย ต่อมาเรียกเป็นคลองมหาชัย ซึ่งเป็นที่มาของชื่อเมืองมหาชัย แต่ชาวบ้านเรียกว่าคลองถ่าน ปัจจุบันชาวบ้านฝั่งธนบุรี เรียกชื่อว่า คลองด่าน

ศาลพันท้ายนรสิงห์ เป็นอนุสาวรีย์แห่งความซื่อสัตย์ รักษากฎระเบียบ กฎมณเฑียรบาลยิ่งกว่าชีวิตตน ตั้งอยู่ที่ บ้านพันท้ายนรสิงห์ ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร

เรื่องจากพระราชพงศาวดาร
พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา เรื่อง พันท้ายนรสิงห์ เมื่อปี พ.ศ. 2247 สมเด็จพระเจ้าเสือ เสด็จโดยเรือพระที่นั่งเอกชัย จะไปประพาสเพื่อทรงเบ็ด ณ ปากน้ำเมืองสาครบุรี เมื่อเรือพระที่นั่งถึงตำบลโคกขามซึ่งเป็นคลองคดเคี้ยวและมีกระแสน้ำเชี่ยวกราก พันท้ายนรสิงห์ซึ่งถือท้ายเรือพระที่นั่งมิสามารถคัดแก้ไขได้ทัน โขนเรือพระที่นั่งกระทบกับกิ่งไม้หักตกลงไ ปในน้ำ พันท้ายนรสิงห์จึงได้กระโดดขึ้นฝั่งแล้วกราบทูลให้ทรงลงพระอาญาตามพระกำหนดถึงสามครั้งด้วยกัน เนื่องจากในสองครั้งแรก สมเด็จพระเจ้าเสือพระราชทานอภัยโทษ เพราะเห็นว่าเป็นอุบัติเหตุสุดวิสัยแต่ท้ายสุดก็ได้ตรัสสั่งให้ประหารชีวิตพันท้ายนรสิงห์ตามคำขอ แล้วสร้างศาลไม้ขนาดเล็ก ลักษณะเป็นศาลไม้ในสมัยปัจจุบัน หลังคามุงกระเบื้องดินเผาหางมน พื้นศาลเป็นไม้ยกชั้น 2 ชั้น มีเสารองรับ 6 เสา ฝาไม้ลูกประกนขนาดเล็ก

โบราณสถานของชาติ
ศาลพันท้ายนรสิงห์ถูกประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติ ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 72 ตอนที่ 2 เมื่อวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2498 กรมศิลปากรได้ดำเนินการจัดสร้างศาลพันท้ายนรสิงห์ขึ้น อยู่ถัดจากศาลเก่าที่พังลงมาไม่มากนัก โดยกันอาณาบริเวณรอบๆ ศาลไว้ประมาณ 100 ไร่ เพื่อจัดตั้งเป็น "อุทยานพันท้ายนรสิงห์" ภายในศาลมีรูปปั้นของพันท้ายนรสิงห์ขนาดเท่าของจริงในท่าถือท้ายคัดเรือ
....... . ........ ...

Saturday, 10 November 2012

พระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่องานบริการโลหิต

งานบริการโลหิตของประเทศไทย เริ่มตั้งแต่สภากาชาดไทยจัดตั้งแผนกบริการโลหิตขึ้น ในกองวิทยาศาสตร์ สถานเสาวภาสภากาชาดไทย เมื่อวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2495 เพื่อสนองต่อข้อเสนอของกาชาดสากล ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์โดยไม่หวังผลตอบตอบแทน

หม่อมเจ้าปิยะรังสิต รังสิต และพระประยูรญาติ ได้ประทานเงินสร้างอาคารเพื่อใช้ในงานบริการโลหิต ให้ชื่อว่า "รังสิรานุสรณ์" ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอาคาร เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2496

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2499 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงดำรงตำแหน่งสภานายิกาสภากาชาดไทย ประเทศไทยนั้นนับว่าว่าโชคดีอย่างยิ่ง ด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงสนพระราชหฤทัยสนับสนุนงานบริการโลหิตและการบริจาคโลหิต ทรงยกย่องสรรเสริญผู้บริจาคโลหิตด้วยการเสด็จพระราชดำเนินพระราชทานเข็มที่ระลึกผู้บริจาคโลหิตครั้งแรก เมื่อวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2507 และเสด็จพระราชดำเนินมาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลายาวนาน ทรงมีพระราชดำรัสขอบคุณผู้บริจาคโลหิตทุกครั้ง ยังความปลาบปลื้มเป็นล้นพ้นแก่ผู้บริจาคโลหิตที่ได้เข้าเฝ้าฯ เป็นอย่างมาก

วันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2512 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สภานายิกาสภากาชาดไทย เสด็จพระราชดำเนิน ทรงเปิดอาคาร "ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย" ทรงทอดพระเนตรการรับบริจาคโลหิตและทรงมีพระราชปฏิสันถารกับผู้บริจาคโลหิตที่เฝ้ารับเสด็จฯ

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2552 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สภานายิกาสภากาชาดไทย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิด อาคารเฉลิมพระเกียรติบรมราชินีนาถ และทรงพระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานนามว่า "อาคารเฉลิมพระเกียรติบรมราชินีนาถ" ซึ่งใช้เป็นอาคารที่ทำการปัจจะบันของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติสภากาชาดไทย

"ข้าพเจ้าปลื้มใจ ที่คนไทยบริจาคโลหิตกันมาก จนเป็นที่สรรเสริญของชาวโลก เป็นเครื่องหมายแสดงว่า เราเป็นชนชาติที่มีความเมตตาสูงและมความเจริญทางจิตใจสูง เมื่อยู่ท่ามกลางคนไทย เราย่อมมั่นใจได้ว่าจะไม่มีใครล้มลงอยู่กลางถนนโดยไร้คนช่วยเหลืออย่างแน่นอน"

พระราชดำรัสสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
วันที่ 9 พฤษภาคม พุทธศักราช 2536
....... . ........ ...

Thursday, 8 November 2012

เรื่องเล่าระหว่างทาง

ความเที่ยงแท้ ความยั่งยืนไม่มีอยู่จริง หลายคนบอกเสมอว่าชีวิตมักจะมีสองด้าน มีดี-มีเลว มีมืด-มีสว่าง มีขาว-มีดำ มีเห็นด้วย-มีขัดแย้ง มีชาย-มีหญิง มีเกิด-มีดับ มีขึ้น-มีลง แต่ละจุดที่เป็นอยู่ไม่มีสิ่งใดที่จะคงที่อยู่อย่างนั้นตลอดเวลา ทุกสิ่งมันต้องเป็นไปตามกาลเวลา

ลองหันมามองอีกด้านที่เป็นฝั่งตรงข้ามบ้าง เมื่อดีก็จงมองด้านไม่ดีบ้าง เมื่อตกต่ำก็ต้องมองหาทางที่จะพัฒนาให้ดีขึ้น กาลเวลาของแต่ละคนอาจมาช้าเร็วต่างกัน แต่สักวันก็ต้องถึงเวลาของเรา ....
....... . ........ ...

Tuesday, 30 October 2012

ใบที่ 1 No. 1

ใบที่หนึ่งสมมาตรปรารถนา ทายไว้ว่ามีคนชุปอุปถัมภ์ หมายสิ่งใดในจิตคิดจะทำ ว่าคงสำเร็จการประมาณมี แต่ช้าช้าจะสมอารมณ์ปอง ทั้งพวกพ้องปรีเปรมเกษมศรี ว่าอยู่เย็นเป็นสุขทุกเดือนปี แม้นใบนี้ถามโรคที่โศกกาย ว่าคงหายเบาบางเหมือนอย่างทายกัน หรือถามหาลูกหนี้พี่น้องหาย ว่าคงจะพบพักตร์เหมือนทักทาย หรือถามหมายหาลาภไม่หยาบคำ ว่าช้าช้าคงสมอารมณ์นึก ได้ก้องกึกเหล่ากอเป็นข้อขำ ถามหาคู่ดีนักเหมือนชักนำ ขอจบคำที่หนึ่งรำพึง เอยฯ

Wishes will soon be fulfilled, support received, plans accomplished. Better not rush. Family enjoyable, patient recovering. Lost persons will be found. Good lucks gradually approaching. Discovering mate who could become a good match.
....... . ........ ...

Saturday, 27 October 2012

เทคโนโลยีนำทาง

บางครั้งมันก็พาเราไปไหนต่อไหนที่ไม่ใช่เส้นทางที่เรากำหนด หรือที่เขาเรียกกันง่ายๆว่าหลงทาง ทั้งๆที่เทคโนโลยีเหล่านี้ล้วนได้รับการขนานนามว่ามีความแม่นยำสูง ไม่มีทางผิดพลาดอย่างแน่นอน แล้วอย่างนี้จะเชื้อถืออะไรได้เล่า ขนาดคนด้วยกันเองยังเชื่อหมดทุกเรื่องไม่ได้ แล้วจะถือสาอะไรกันเครื่องจักรเทคโนโลยีที่คนนั่นแหละสร้าง

การจะเชื่อในอะไร เชื่อใคร หรือเชื่อในสิ่งใดก็ตามเราล้วนต้องกลั่นกรองและพิจารณาด้วย สติ ปัญญา ของตนเอง พิจารณาสิ่งใดผิดชอบชั่วดี สิ่งที่ควร สิ่งที่ต้องละเว้น เราไม่ควรเชื่อเพียงเพราะคนเขาบอกว่าจริง หรือสิ่งที่เขาบอกว่าใช่ และเมื่อตัดสินใจว่าจะเชื่อหรือจะทำอะไรลงไปแล้วนั้นก็จงให้ความเคารพในทุกๆการตัดสินใจของตัวเอง ไม่ว่าผลที่ออกมานั้นจะผิดพลาดร้ายแรงเพียงใด เพราะทั้งหมดล้วนเกิดจากการตัดสินใจของเราเอง

เชื่อในตัวเรา
เคารพในสิ่งที่เราตัดสินใจ
ยินดีหากผลลัพท์ออกมาดี และจงยอมรับหากเกิดความผิดพลาดใดๆก็ตาม

....... . ........ ...

Wednesday, 24 October 2012

ก่อนหน้านี้ เมื่อครั้งที่ยังเรียนชั้นมัธยม

กิจกรรมหนึ่งที่เราร่วมทำอยู่เสมอคือการเป็นแนวร่วมในการอนุรักษ์ป่าชายเลน ตามแนวชายฝั่งอ่าวไทย พื้นที่ จ.สมุทรสาคร โซนตะวันออก ซึ่งเป็นหนึ่งกิจกรรมที่ภูมิใจเนื่องจากได้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน พันธุ์สัตว์น้ำมีการขยายพันธุ์เพิ่มมากขึ้น แนวชายฝั่งที่มีต้นไม้ชายเลนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งล้วนส่งผลดีในด้านการช่วยชะลอการกัดเซาะของคลื่นน้ำทะเลเวลาที่พัดโถมเข้าฝั่ง

ได้มีโอกาสกลับมาเยือนที่นี่อีกครั้งด้วยความภาคภูมิใจว่าโครงการที่เราเคยทำได้ขยายตัวเพิ่มมากขึ้น และยังเป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติให้คนที่สนใจได้เข้ามาศึกษา...
.......

Friday, 19 October 2012

โค้ด วิทยุสื่อสาร ที่ใช้ในหน่วยงานราชการและที่นักวิทยุซีบีและอาสาสมัครนิยมใช้ในการติดต่อสื่อสาร

ว.0 ขอทราบคำสั่ง คำสั่ง
ว.00 รอก่อน ให้คอยก่อน
ว.01 ที่ทำงาน ที่โรงเรียน
ว.02 ที่บ้าน
ว.1 จุดที่กำลังออกอากาศ
ว.2 ได้ยินหรือไม่/ได้ยินแล้ว
ว.3 ทวนข้อความ
ว.4 ปฏิบัติหน้าที่ ดำเนินการ
ว.5 ราชการลับ
ว.6 ขอติดต่อ
ว.7 ขอความช่วยเหลือ
ว.8 ข่าว, ข่าวสาร ข้อความ
ว.9 เหตุฉุกเฉิน
ว.10 อยู่ประจำที่ ติดต่อทาง ว.ได้
ว.11 หยุดพัก ติดต่อทาง ว. ได้
ว.12 หยุดพัก ติดต่อทาง ว.ไม่ได้
ว.13 ติดต่อทางโทรศัพท์
ว.14 เลิกงาน ปิดสถานี
ว.15 พบ
ว.16 ทดสอบสัญญาณวิทยุ
ว.16-1 จับใจความไม่ได้
ว.16-2 ไม่ชัดเจน แต่พอฟังได้
ว.16-3 ชัดเจนพอใช้
ว.16-4 ชัดเจนดี
ว.16-5 ชัดเจนดีมาก
ว.17 มีอันตราย
ว.18 รถเสีย
ว.19 ถูกโจมตี สถานีถูกปิด
ว.20 จับกุม
ว.21 ออกเดินทางจาก...(สถานที่)
ว.22 ถึง...(สถานที่)
ว.23 ผ่าน...(สถานที่)
ว.24 เวลา
ว.25 ไปยัง...(สถานที่)
ว.26 ให้ติดต่อทางวิทยุให้น้อยที่สุด
ว.27 ติดต่อทางโทรพิมพ์
ว.28 ประชุม
ว.29 ธุระ
ว.30 จำนวน คน สิ่งของ
ว.31 เปลี่ยนไปใช้ช่องความถี่ 1
ว.32 เปลี่ยนไปใช้ช่องความถี่ 2
ว.33 เปลี่ยนไปใช้ช่องความถี่ 3
ว.34 เปลี่ยนไปใช้ช่องความถี่ 4
ว.35 ให้เตรียมพร้อมเพื่อปฏิบัติการ
ว.36 ให้เตรียมพร้อมเต็มอัตรา
ว.37 ให้เตรียมพร้อมครึ่งอัตรา
ว.38 ให้เตรียมพร้อม 1 ใน 3
ว.39 การจราจรติดขัด
ว.40 อุบัติเหตุจากรถ
ว.41 สัญญาณไฟจราจรเสีย
ว.42 การเดินทางเป็นขบวน
ว.43 จุดตรวจสอบยานพาหนะ
ว.44 โทรสาร
ว.45 เหตุการปกติ
ว.50 รับประทานอาหาร
ว.51 ป่วย
ว.52 ยกเลิก
ว.53 อยู่ร้านอาหาร
ว.54 อยู่โรงแรม
ว.55 ผกก. มาตรวจ
ว.56 เพื่อนมา
ว.57 กำลังโดยสารทางเรือ
ว.59 เปลี่ยนทิศทาง
ว.60 ญาติ เพื่อน
ว.61 ขอบคุณ สวัสดี
ว.62 สิ่งของ
ว.63 บ้านพัก
ว.64 ธุระส่วนตัว
ว.65 ภรรยามาพบ
ว.66 ขอพบเรื่องราชการ
ว.67 ขอพบเรื่องส่วนตัว
ว.68 แจ้งความ
ว.69 ระมัดระวัง
ว.70 ถึงแก่กรรม
ว.71 พักผ่อน
ว.73 ด้วยความปรารถนาดี
ว.78 คลื่นอื่นมาแทรก
ว.81 ติดธุระ
ว.88 รักและจุมพิต
ว.99 อย่างยุ่งเกี่ยว
ว.100 ขอโทษ
ว.600 แฟน
ว.601 เครื่องวิทยุรับ-ส่ง
ว.602 สายอากาศวิทยุรับ-ส่ง
ว.603 รถยนต์
ว.604 โทรทัศน์ บันเทิง
ว.605 รับประทานอาหาร
ว.606 ไม่ถูกต้อง (โกหก)
ว.607 ทำธุระส่วนตัว(เข้าห้องน้ำ)
ว.608 ถูกรบกวน (บุคคล)
ว.609 ถูกรบกวน (อากาศ)
รหัสแจ้งเหตุทั่วไป
เหตุ 100 มีเหตุประทุษร้ายต่อทรัพย์สิน
เหตุ 111 ลักทรัพย์
เหตุ 121 วิ่งราวทรัพย์
เหตุ 131 ชิงทรัพย์
เหตุ 141 ปล้นทรัยพ์
เหตุ 151 มีผูต้องสงสัยในยานพาหนะ
เหตุ 161 มีสัตว์เข้าบ้าน
เหตุ 200 มีเหตุประทุษร้ายต่อร่างกาย
เหตุ 211 ทำร้ายร่างกาย ไม่ได้รับบาดเจ็บ
เหตุ 221 ทำร้ายร่างกาย ได้รับบาดเจ็บ
เหตุ 231 ทำร้ายร่างกาย ได้รับบาดเจ็บสาหัส
เหตุ 241 ฆ่าคนตาย
เหตุ 300 การพนัน
เหตุ 510 วัตถุต้องสงสัยเกี่ยวกับระเบิด
เหตุ 511 ได้เกิดระเบิดขึ้นแล้ว
เหตุ 512 วัตถุระเบิดตรวจสอบแล้วไม่ระเบิด

รหัสแจ้งเหตุเพลิงไหม้
เหตุ 501 การบริการน้ำ, ยกรถ, ตัดต้นไม้
เหตุ 502 ขนส่งผู้ป่วย
เหตุ 503 สาธารณภัย ทางบก น้ำ อากาศ
เหตุ 201 เพลิงไหม้หญ้า
เหตุ 202 ไฟฟ้าลัดวงจร
เหตุ 203 เพลิงไหม้ยานพาหนะ
เหตุ 204 เพลิงไหม้ชุมชน, ตึกแถว, บ้านเรือน
เหตุ 205 เพลิงไหม้อาคารเก็บเชื้อเพลิง, สารเคมี
เหตุ 206 เพลิงไหม้อาคารสูง, อาคารขนาดใหญ่

รหัสแจ้งนักเรียนวิวาท
เหตุ 600 นักเรียนทะเลาะวิวาท
เหตุ 601 นักเรียนรวมกลุ่ม ส่อว่าจะก่อเหตุ
เหตุ 602 นักเรียนก่อเหตุหลบหนีไปแล้ว
เหตุ 603 นักเรียนยกพวกทำร้ายกัน
เหตุ 604 นักเรียนยกพวกทำร้ายกันถึงตาย
เหตุ 605 นักเรียนยกพวกทำร้ายกัน มีระเบิด

โค้ด Q ที่นักวิทยุสมัครเล่นใช้ในการสื่อสาร
QRD เดินทางจาก...ไปยัง... QRX พักการติดต่อจนถึงเวลา...
QRK ความชัดเจน (1-5) QRZ ใครเรียกข้าพเจ้า
QRL ยุ่ง, มีธุระ QSA ความแรงสัญญาณ (1-5) (S1-9)
QRM คลื่นรบกวน-มนุษย์ (1-5) QSB สัญญาณจางหาย
QRN คลื่นรบกวน-ธรรมชาติ (1-5) QSL ยืนยันว่ารับความได้ถูกต้อง
QRO เพิ่มกำลังส่ง QSO การสนทนาทางวิทยุ
QRP ลดกำลังส่ง QSP ถ่ายทอดข้อความ
QRT ปิดสถานี QSY เปลี่ยนความถี่
QRU หมดข้อความ QTH จุดที่ออกอากาศ
QRV พร้อมที่จะรับข้อความ QTR ขอเทียบเวลา
CQ ทุกคนใสความถี่โปรดทราบ YL สุภาพสตรี
73 ส่งความปรารถนาดี (ทั่วไป) OM สุภาพบุรุษ เพื่อนสนิท
88 ส่งความปรารถนาดี (เพศตรงข้าม) XYL ภรรยาของนักวิทยุ
(เฉพาะที่สนิทกันมากเท่านั้น) Roger รับคำสั่ง พร้อมปฏิบัติตาม
Standby ยังเปิดวิทยุฟังอยู่
Standing by พร้อมรับข่าวสารและคำสั่งในทันที
Clear สิ้นสุดภารกิจ เลิกใช้ความถี่แล้ว


.......