Tuesday, 16 October 2012

ดอกไม้ชายแดน...

ภาพที่ถ่ายระหว่างการฝึก กำลังพลสำรอง ในสภาพการฝึกในภูมิประเทศที่ปราศจากสิ่งศิวิลัยอย่างเช่นในเมืองกรุง ทว่ามองไปทางไหนก็มีแต่ป่า โขดหิน ปืน เครื่องกระสุน เครื่องสนาม ขณะกำลังหยิบกระสุนเพื่อบรรจุลงในซองกระสุน ก็พลันมองเห็นอีกมุมมองที่เรียกได้ว่าน่าจะเป็นภาพของดอกไม้ที่สวยที่สุดในขณะนั้น... เลยตั้งชื่อของภาพนี้ว่า "ดอกไม้ชายแดน"
.......

ทิปส์ท่องเที่ยว...

สืบเนื่องจากกำหนดการประเพณีลอยกระทงและการลอยโคมญี่เป่งที่ จ.เชียงใหม่ การบินไทย-บางกอกแอร์เวย์ส-นกแอร์ ปรับเที่ยวบินงดบินหลัง18.30 น.ตั้งแต่ 27 -29 พ.ย.เลี่ยงโคมลอย#nsn


.......

Friday, 12 October 2012

เรื่องเล่าระหว่างทาง - พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เวียดนาม ฮานอย เวียดนาม

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เวียดนาม The National Museum of Vietnamese History (Viện Bảo tàng Lịch sử Việt Nam)


อาคารการแสดงนิทรรศการขนาด 2 ชั้น เดิมนั้นที่นี่เป็นสถาบันวิจัยในยุคการปกครองของฝรั่งเศสในยุคอาณานิคม  French colonial rule (École française d'Extrême-Orient EFEO) แต่ภายหลังได้มีการปรับใช้เป็นพิพิธภัณฑ์เพื่อบอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของเวียดนาม ตั้งแต่ยุคของการต่อสู้ในสมัยโบราณน่าจะเป็นช่วงยุคการล่าอาณานิคมจนถึงสมัยสงครามโลก อีกทั้งยังเป็นที่แสดงข้าวของเครื่องใช้ในยุคโบารณต่างๆนานา ลัทธิความเชื่อที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ เช่น เครื่องกลองสำริด เงินตราในยุคต่างๆ อาวุธยุทโธปกรณ์ เครื่องแต่งกาย พระพุทธรูปและสิ่งปูนปั้นที่แสดงถึงความเชื่อที่มีมา 


เปิดให้เข้าชมทุกวัน (ยกเว้นจันทร์แรกของเดือน) โดยเปิด 2 ช่วงคือ เช้า 08.00 - 12.00น. และบ่ายเวลา 13.30 - 17.00 ค่าธรรมเนียมเข้าชม ผู้ใหญ่ 20,000 ด่อง เด็ก 10,000 ด่อง และมีค่าธรรมเนียมกรณีต้องการถ่ายภาพ โดยค่าธรรมเนียมสำหรับกล้องถ่ายภาพเคลื่อนไหวอยู่ที่ 30,000 ด่อง และกล้องถ่ายภาพนิ่ง 15,000 ด่อง






เรื่องเล่าระหว่างทาง - โบสถ์เซนต์โจเซฟ ฮานอย ประเทศเวียดนาม


โบสถ์เซนต์โจเซฟ (St. Joseph Cathedral) ที่ตั้งบนถนนยาจุง (Nha Chung) ทางด้านเหนือของทะเลสาบฮว่านเกี๋ยม (ทะเลสาบคืนดาบ)

เมื่อจักรวรรดิฝรั่งเศสเข้าปกครองเวียดนามและได้จัดการเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ให้ทันสมัยได้ทำให้ความเชื่อและสิ่งก่อสร้างอันเป็นเอกลักษณ์ได้ถูกทำลายทิ้งไปพอสมควร รวมถึงที่นี่ด้วยเพราะก่อนจะสร้างโบสถ์แห่งนี้ที่นี่เคยเป็นที่ตั้งของเจดีย์บ่าวเทียน (Bao Thien) และถูกทำลายลงตอนสร้างโบสถ์เซนต์โจเซฟ ทำให้ที่นี่เป็นโบสถ์เก่าที่สุดในฮานอย

บริเวณโดยรอบโบสถ์จะเป็นจุดนัดพบของวัยรุ่นชาวเวียดนามทั้งกลางวันและกลางคืนอีกแห่งหนึ่ง ในการที่จะมานั่งคุยกัน พร้อมกับดื่มเครื่องดื่มท้องถิ่นแกล้มไปกับการแทะเมล็ดทานตะวันเอย เมล็ดแตงโมเอย จะเห็นร่องรอยทิ้งไว้กลาดเกลื่อนเต็มริมทางเท้าให้เจ้าของร้านคอยเก็บกวาดกัน

ย่านนี้จริงๆแล้วก็มีที่พักที่น่าสนใจอยู่หลายแห่งด้วยกัน หากเดินหาดีๆ คุยราคาเก่งก็อาจได้ของดีราคาถูกได้ รวมทั้งที่กินที่เป็นของท้องถิ่นก็มีเยอะพอสมควร สามารถนั่งกินกลมกลืนไปกับคนท้องถิ่นได้เลย แต่ที่อยากแนะนำก็คงเป็นเรื่องเดียวกันกับที่หลายๆท่านที่เคยเดินทางไปมาแล้วแนะนำต่อๆกันมาคือ คุยราคาให้เรียบร้อยก่อนนะครับ กันไว้ดีกว่าต้องมานั่งปวดหัวเรื่องราคาที่ไม่ตรงกัน ถึงกระนั้นก็เถอก็เป็นไปได้ที่จะโดนบวกบ้างเล็กๆน้อยๆก็พยายามคิดซ่ะว่าให้ทิปเค้าไปแล้วกันนะจะได้ไม่เสียอารมณ์เที่ยว...

เรื่องเล่าระหว่างทาง

ภาพนี้ได้จากการถ่ายผ่านโทรศัพท์มือถือ ระหว่างทางไปพบเพื่อนๆ เป็นภาพอาทิตย์อัศดงบริเวณทางเข้าออกหมู่บ้านที่เข้าออกทุกวัน พอถ่ายภาพนี้เสร็จก็ทำให้นึกสังเกตย้อนหลังไปว่าทำไมทุกเย็นถึงเห็นกลุ่มชาวบ้านมานั่งเล่นริมถนนทางเข้าหมู่บ้านแถวนี้บ่อยๆ แท้จริงแล้วเค้ามานั่งดูอาทิตย์ตกโดยไม่ต้องไปไหนไกลเลย นึกแล้วก็ขำตัวเอง...

แล้วเราดั้งด้นไปที่อื่นตั้งไกลเพื่อ???

การเดินทางของชีวิต

บ่อยครั้งของการเดินทางของชีวิต เราไม่ได้ต้องการที่จะได้อะไรให้มากมายนัก แต่กลับกลายเป็นการไปเพื่อตอบสนองวัตถุประสงค์ของใจที่ต้องการความสงบเงียบให้กับใจตัว ไม่ได้ต้องการอะไรที่เมืองศิวิลัยเขามี ไม่จำเป็นต้องมีเทคโนโลยี แต่กลับกลายเป็นการแสวงหาเพียงแค่สักที่ที่มีเพียงปัจจัย 4 ทั้งๆ ที่หลายๆ คนนั้น ทั้งชีวิตทุมเทกายใจเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งต่างๆ ที่เป็นวัตถุมาเพื่อสนองตัญหาของตัว

ตกลงแล้ว ในชั่วชีวิตของคนหนึ่งคน... เราต้องการอะไรกันแน่หรือ...


Thursday, 6 September 2012

ข้อสอบชีวิต

ชีวิตนี้มันไม่ได้ง่ายหรอกนะ ชีวิตนี้ต่อสู้มาหลากหลายรูปแบบ ชีวิตนี้มีความสุขเยอะแยะมากมาย แล้วก็ชีวิตนี้นี่แหละที่ทุกยากจนบางครั้งต้องระบายออกด้วยวิถีทางต่างๆนานา มีท้อมาก มีเศร้ามาก มีเครียดหลากหลาย ใช่ว่าจะสบายอย่างที่หลายๆคนมองเห็น

ในครั้งนี้ช่วงชีวิตนี้มีความเปลี่ยนแปลงเข้ามาอีกแล้ว คาดว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดี หวังอย่างนั้น แต่อย่างที่โบราณท่านว่า "ไม่มความสุขความสำเร็จใดได้มาโดยง่าย" ชีวิตนี้มีความเข้าใจอย่างถ่องแท้ทีเดียว แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมชีวิตนี้ต้องเจอกับบททดสอบที่หนักหนาเหลือเกิน ยังมีอะไรให้ต้องทดสอบอีกหรือ ทางข้างหน้าของชีวิตนี้จะมีอะไรอีกมากมายไหม อยากจะขอวิงวอนให้การทดสอบใดๆ เบาๆลง ทุเลาลงโดยเร็วด้วยเถิด ชีวิตนี้ไม่กลัวการทดสอบใดๆ และจะไม่วิ่งหนีไปไหน พร้อมจะรับมือทุกสถานการณ์

....ชีวิตนี้จะสู้....