Thursday, 17 January 2013

นิทานสอนใจ "เรื่องคนที่ไม่ถูกนินทา"

นิทานสอนใจ "เรื่องคนที่ไม่ถูกนินทา"

วันหนึ่ง มี ตา กับหลานชาย ต้องเดินทางไกล ไปหาญาติที่อยู่ต่างเมือง โดยมีม้าเป็นพาหนะไว้เดินทาง ทั้งหมดจะต้องผ่านเมืองต่างๆ แต่ระหว่างทาง ด้วยความกตัญญูของหลานชาย เห็นตาผู้ชรา จึงขอให้ตา นั่งบนหลังม้า เพราะความเป็นห่วงเป็นใย แต่เมื่อเข้ามาในเมืองหนึ่ง ชาวบ้านต่าง ซุบซิบนินทาว่า "ต๊าย ดูสิ เป็นผู้ใหญ่ซะปล่าว ทำเป็นสำออย ใช้แรงงานเด็ก ตัวเองสะบายเลยนะ"

เมื่อ ตา ได้ยินเช่นนั้น จึงไม่อยากให้เป็นที่นินทาของใคร จึงบอกให้หลานชาย ขึ้นมาขี่ม้าแทน จนมาถึงอีกเมืองหนึ่ง ชาวบ้านเมืองนี้ก็ นินทา ว่าร้ายหลานชายว่า "ดู ดู๊ ดู ดู มันทำ ทำไม ถึงทำกับตาแก่ๆได้" เมื่อหลานได้ยินเช่นนั้น จึงให้ตาขึ้นมาขี่ม้าด้วยอีกคน พร้อมพูดว่า "ดูซิ ว่าจะมีใครนินทาพวกเราอะไรอีกไหม"

ต่อมา เมื่อมาถึงอีกเมืองหนึ่ง ก็ไม่พ้นการโดนนินทาของชาวบ้าน "โถ่ ๆ ๆ เจ้าม้าช่างน่าสงสาร ทำไมเจ้านายของแกถึงใจร้าย ใจดำ ใช้งานหนักเกินไปจริงๆ" ทั้งคู่ จึงตัดปัญหา ลงจากหลังม้า และย่างเท้าเดินไปแทน แต่แล้ว ก็ต้องมาผ่านเมือง อีกเมืองหนึ่ง คราวนี้ ชาวบ้านไม่ได้นินทาอย่างเดียว กลับหัวเราะเยาะใส่ด้วย "ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ดู ตา กับ หลาน คู่นั้นสิ โง่จริงๆ มีม้าแต่กลับไม่ขี่ เดินจูงอยู่นั่นแหละ"

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ในโลกนี้ไม่มีใครไม่ถูกนินทา เพราะต่อให้เราทำสิ่งที่ดีแค่ไหน คนที่ไม่ชอบเรา เค้าก็จะนินทาเราอยู่ดี ดั้งนั้น เมื่อเราได้กระทำความดีแล้ว จงตั้งใจทำต่อไป อย่าเอาคำ "ไม่ดี" ของคน "ไม่ดี" มาใส่ใจ เพราะจะทำให้ใจเรารู้สึก " ไม่ดี "

@[232780660840:274:ธรรมทาน]
ภาพ :internet
....... . ........ ...

Sunday, 6 January 2013

พื้นที่ส่วนตัว-ทำด้วยตัวเอง

นานนนนนนนน มาแล้ว (เหอะๆ นานมว๊าก) กับแผนการไนการที่จะทำสวนหลังบ้านให้เสร็จ จริงๆก็ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่ หรือโปรเจคอะไรมากมายหรอก ก็แค่ปลูกหญ้า ปลูกต้นไม้ เอาหินทางเดินมาแต่ง ทำแปลงปลูกผักแล้วก็ไม้ดอกนิดหน่อย จริงๆมันไม่น่าใช้เวลานานอะไรมากมายเลย แต่ (ข้ออ้าง) ด้วยความที่เวลาไม่เอื้ออำนวยมันเลยใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างนาน...อิอิอิ พูดประหนึ่งเป็นโครงการสร้างสนามบินหลักของไทยงั้นแหละ โครงการนี้ก็ตั้งใจแต่แรกว่าจะทำเองทั้งหมด ก็ค่อยๆปรับพื้นที่เอง ปรับเสร็จติดงานทิ้งไว้นานหญ้าขึ้นก็ต้องมาถอนหญ้าออกก่อน ถอนเสร็จติดงานอีกยาวเลย จนมาเจอน้ำท่วมที่ไม่ท่วมบ้านเราหรอกแต่ก็เจอลูกหลงราคาหญ้าที่แพงหูฉี่ แผ่นละ 90 บาท เลยพักโครงการไว้ก่อน นานมากอีกแล้ว จนหญ้าหลังบ้านขึ้นสูงท่วมหัวก็ต้องมานั่งถอนใหม่อีกคราวนี้มันไม่ง่ายแล้วสิ ก็หญ้ามันต้นใหญ่ขึ้นหนาขึ้นเล่นเอากว่าจะเสร็จก็หลายสัปดาห์บวกแผลมือแตกไปหลายแผลเลย พอกำจัดหญ้าเสร็จก็ได้เวลาวันหยุดช่วงปีใหม่ที่ไม่ได้เดินทางไปไหนเลยไปสอยหญ้านวลน้อยมาสักหน่อย กำเงินไว้ว่าทำสวนคราวนี้น่าจะใช้งบสัก 2,000 บาทได้มั้ง เพราะราคาหญ้าคงไม่ลดมาก กะไว้แผ่นละ 30 บาท พื้นที่บ้านเราน่าจะใช้ 25 แผ่น พอไปซื้อจริงๆ แม่จ้าว ราคาเหลือแผ่นละ 15 บาท คิดเทียบกะอิตอนน้ำท่วม มันห่างกันหลายขุมเลย เบ็ดเสร็จจ่ายค่าหญ้าไป 450 บาท ได้แถมมาอีก 4 แผ่น แหล่มเลยทีเดียว บวกค่าของอย่างอื่นไปอีกนิดหน่อย กลายเป็นว่าเงินเหลือครึ่งหนึ่งของที่วางแผนไว้ อิอิอิ ดีแท้เหลา....

พอเสร็จออกมามันก็สบายตาขึ้นเยอะเลย มีพื้นที่สีเขียวในบ้านเพิ่มมากขึ้นโดยที่เป็นฝีมือของเราเองอีกต่างหาก ^^
....... . ........ ...

Saturday, 29 December 2012

กาล วิ นาศ

วันนี้ขอเป็นการเล่าเรื่องเพื่อบอกเล่าถึงความรู้สึกที่ไม่เหมาะสมบางอย่างที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็วในยุคสมัยที่น่าจะเกินกว่าคำว่าโลกาภิวัฒน์ไปแล้ว ก็เนื่องมาจากการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆที่มันก้าวไปรวดเร็วเหลือเกินจนตามไม่ทัน สิ่งของอุปกรณ์ต่างๆ ก็มีออกมาให้ใช้กันแบบตามไม่ทันเช่นกัน หนึ่งในสิ่งนั้นก็คือสิ่งอุปกรณ์ที่ใช้เพื่อการบันทึกภาพ วัฒธรรมในการถ่ายภาพในยุคนี้มันเปลี่ยนไปมากจริงๆ ยังคิดหาคำพูดที่น่าจะเหมาะสมไม่ออก คือความจริงแล้วผมต้องการจะเล่าถึงความเปลี่ยนแปลงที่เป็นไปในเรื่องของการถ่ายภาพในที่ต่างๆ ผนวกกับความเหมาะสม ความควรไม่ควร หรือ กาละเทศะ เนื่องจากวันนี้ได้มางานมงคลของคนรู้จักคนหนึ่ง ก็ได้สังเกตุเห็นว่านอกจากเจ้างานมี่มีช่างภาพของตนเองมาเพื่อเก็บภาพความประทับใจเนื่องในโอกาศอันเป็นมงคลสำคัญในชีวิตของตนเองแล้ว บรรดาแขกที่มาร่วมงานหลายคนก็ล้วนแล้วแต่มีกล้องของตนเองมาด้วยและรุมเก็บภาพความประทับใจเหล่านั้นด้วย อย่างไม่สนใจถึงความเป็นไปที่ควรจะเป็น พยายามมองว่าเป็นการดีที่เจ้างานมีแขกที่รักมากมายมาร่วมงานและอยากเก็บภาพความทรงจำเหล่านั้นไว้ แต่ในบางครั้งความเกินเลยก็ทำให้งานที่เป็นงานพิธีสำคัญนั้นกลายเป็นผิดพลาดไปบ้าง เนื่องจากแต่ละท่านนอกจากจะมีกล้องถ่ายรูปของตนเองแล้ว (ซึ่งบางคนไม่ได้มีกล้องแค่ตัวเดียว) ยังจะมีกล้องจากโทรศัพท์มือถือ กล้องแท็บเล็ตต่างๆ แล้วคิดเอาเถิดท่าน เมื่อกล้องเจ้างานถ่ายจบไปนานแล้วและเพื่อให้ไม่หลุดเวลาที่ทางเจ้าภาพได้กำหนดฤกษ์มงคลต่างๆไว้  แต่กลายเป็นว่ากล้องของแขกผู้มีเกียรติยังไม่ได้ภาพที่สวยงามจนเป็นที่พอใจ ไหนจะดำไป  ถ่ายแล้วอ้วนไป  ถ่ายแล้วเห็นหู รูปยังไม่ได้ยิ้ม รูปหลับตา... ร้อยแปดพันเก้า เห็นแล้วเพลียแทนเจ้าของงาน.... พลันในใจก็นึกว่าอยากให้ท่านเหล่านั้นจัดงานเองแล้วถ่ายรูปอย่างเดียวไม่ต้องมีพิธีการเลยดีไหม ถ่ายมันแต่รูปอย่างเดียวพอ... หรือหากจะเป็นการดีก็ควรให้เกียรติเจ้าของงานก่อน เพราะหลายๆครั้งก็จะมีช่วงที่ให้ผู้ร่วมงานได้เก็บภาพอยู่แล้ว ด้วยเหตุนี้วันนี้เลยขอถือโอกาศนี้ในการทบทวนความหมายของคำศัพท์ภาษาไทยที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตือนใจตัวเอง คำว่า "กาลเทศะ" 

พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน
กาลเทศะ 
กาลเทศะ ความหมาย [กาละ-] น. เวลาและสถานที่; ความควรไม่ควร. (ส.).

Saturday, 22 December 2012

Bike trend, save the earth and save life...

กลุ่มจักรยาน fixed gear เริ่มขยายตัวมากขึ้นในสมุทรสาคร ก่อนนี้ไม่ค่อยเห็นเท่าไรนัก นอกจากจะเป็นกลุ่มนักปั่นทั่วไปซะมากกว่า ซึ่งทุกวันนี้กลุ่มดังกล่าวก็เริ่มมีจำนวนสมาชิกและการทำกิจกรรมมากขึ้นเบ่นกัน เป็นดัชนีชี้วัดได้เป็นอย่างดีว่ากระแสรักษทโลกและรักสุขภาพนี่เริ่มขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ นับเป็นสัญญาณที่ดี....


....... . ........ ...

Wednesday, 5 December 2012

The King of Thailand


พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร

ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
Long Live the King


Sunday, 25 November 2012

Banana from my backyard - กล้วยหอมปลูกเองหลังบ้าน ออกลูกแล้ว...

กล้วยหอมที่ปลูกไว้หลังบ้านตอนนี้ออกลูกมาแล้วมากมายเลย อีกสักพักคงกินได้แล้ว... ^_^
....... . ........ ...

Saturday, 24 November 2012

นั่งรถเมล์โลวคอส...ไฟลท์ BMTA529: RAMA 2 - JJ MALL

เช้านี้มีนัดที่จตุจักร ก็คิดตั้งแต่เมื่อคืนแล้วว่าจะเดินทางอย่างไรดี ซึ่งทุกครั้งก่อนเดินทางไปไหนก็ตามจะวางแผนเส้นทางก่อนเสมอ เพื่อหาพิกัดปลายทางเอามาเซ็ตลงในเครื่อง GPS จะได้รู้คร่าวๆก่อนว่าจะวิ่งรถยังไง แล้วก็มาติดตรงที่ว่าวันนี้วันเสาร์ที่จอดรถที่จตุจักรต้องหายากแน่ๆเลย หวยเลยมาออกที่การนั่งรถเมล์ดีกว่า ตื่นเช้าหน่อยแต่ได้เปลี่ยนบรรยากาศ เพราะตั้งแต่มีน้องเพอร์ก็ไม่ค่อยได้นั่งรถเมล์เลย ไปไหนก็จะมีรถคู่ใจไปด้วยตลอดแต่วันนี้ขอนอกใจซักวันนะ ^^

หน้าหมู่บ้านมีรถเมล์สายยาวที่จะไปถึงจตุจักได้เลยโดยไม่ต้องต่อสายอื่น เรียกว่านั่งจนเบื่ออ่ะ... ก็นั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างออกมาที่คิวรถ พวกพาย้อนศรบนถนนพระราม 2 แอบเสียวนิดๆ ไม่ได้นั่งนานบวกกับไม่ได้ขับเองเลยไม่ค่อยไว้ใจเท่าไร T_T

มาถึงคิวรถเมล์รถออกไปแล้ว... ไม่เป็นไรต้องข้ามฟากอยู่แล้วก็วิ่งข้ามไปดักหน้าอีกฝั่งหนึ่งก็ได้ เหนื่อยเลยวิ่ง 100 เมตรแต่เช้าบวกวิ่งขึ้นสะพานลอยด้วย เง้อ... แต่ก็ทัน อิอิ นั่งรถเมล์ต้นทางก็ดีไปอย่างนะ ที่นั่งว่างเยอะเลือกได้เลยไม่ต้องจองล่วงหน้า ไม่ต้องมค่าจองที่นั่ง ได้ขึ้นก่อนแถมไม่ต้องเสียค่า Hotseat กะค่าสัมภาระด้วย... เย้ย ตกลงนั่งรถเมล์ หรือนั่งเครื่องบินหางแดงเนี่ยะ...

"สวัสดครับท่านผู้โดยสารทุกท่าน กระผมกัปตันเบิ้มและพนักงานเก็บค่าโดยสาร สมศรีจะนำท่านไปยังปลายทางหมอชิต และแวะจอดรายทางไปเรื่อยๆ สภาพอากาศวันนี้ปลอดโปร่งและคาดว่าสายๆจะร้อนตับแลบ เราจะใช้เวาลเดินทาง...เท่าไรยังไม่รั้นะครับ เพราะวันนี้มีม๊อบด้วยและระหว่างทางก็มีก่อสร้างทางด้วย ก็ถือซ่ะว่านั่งให้คุ้มค่ารถแล้วกัจะครับ ชีวิตเราเจออะไรที่เยอะๆมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นรถไฟความเร็วสูง หรือมือถือ 3G ยิ่งถ้าท่านอยู่ในประเทศลาวท่านจะได้ใช้ถึง 4G กันเลยทีเดียว อย่ากระนั้นเลยเรามาเรื่อยๆกันบ้างดีกว่านะครับ อย่างไรก็ตามกระผมในฐานะของกัปตันของเที่ยวนี้ก็ขอให้ท่านมความสุขกับการเดินทางครั้งนี้...ตามอัตภาพนะครับ... เดินทางแบบโลวคอสก็อย่าเยอะนะครับ เดี๋ยวจะโดนพนักงานเก็บค่าโดยสารเอากระบอกตั๋วตบกบาลได้... ด้วยความปราถนาดี ขอบคุณครับ" เอากะเค้าซิเออ...

ก็อย่างที่ท่านกัปตันว่าแหละครับ เรามาเรื่อยๆกันบ้างดีกว่าเนอะ ใช้ชีวิตแบบเร็วๆมาเยอะแล้ว... วันนี้ขอชิลๆนะ.... ขอให้มีความสุขทุกคนครับ...
....... . ........ ...